เก็บตก!Panus LogTech ปี 4 “เวทีนี้…ไม่มีพี่เลี้ยง”

0
74

ปิดฉากรูดม่านเรียบร้อยโรงเรียนพนัสแบรนด์ดังฝั่งเมืองชลฯไปแล้วสำหรับเวทีประกวดไอเดียพุ่งกระฉูดแตกด้าน AI อย่างโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2020  ปีที่ 4 พร้อมได้เห็นรูปร่างหน้าตาทีมชนะเลิศในแต่ละประเภท กับไอเดีย-ผลงาน AI ที่ถูกรีดออกมาสำแดงต่อสายตาคณะกรรมการพร้อมเป็นใบเบิกทางแหกด่าน 140 ทีมลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายแล้วพุ่งทะยานเข้าเส้นชัยคว้ารางวัลและเกียรติบัตรไปนอนกอด

การจัดเวทีประกวดประชันไอเดียสร้างสรรค์ด้าน AI นี้เผลอแปปเดียวก็ปาเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ห้วงเวลามันช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก หากเปรียบเป็นนิสิตนักศึกษาก็ครบถ้วน 4 ปีเต็มที่พรั่งพร้อมด้วยอาวุธทางปัญญาไร้การพิสูจน์แล้วในรั้วมหา’ลัย เสมือนร่างกายและสมองพร้อมแล้วสุดๆกับไล่ล่าความฝันและแรงกระหายพลางปะทะความท้าทายกับใครก็ได้ในโลกกว้าง ถึงเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ที่ต้องบรรจงถีบตัวเองพ้นรั้วมหา’ลัยเพื่อพิสูจน์ตัวตนนอกห้องเรียน

ทว่าโครงการ Panus Thailand LogTech Award โครงการดีมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้าน AI ของน้องๆนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ได้ใช้เป็นเวทีกลางสำแดงไอเดียสุดบรรเจิดก่อเกิดและส่งต่อการพัฒนาพร้อมขยายผลสู่การใช้งานจริงในสังคมเพื่อประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต ที่แม้จะผ่านมา 4 ปีแล้วก็ตาม ทว่า เจ้าภาพหลักอย่างพนัสฯคงไม่ใจร้ายหยุดไว้แค่ปี 4 และทิ้งไว้แค่“ตำนาน”

อย่างที่ทราบกันดีปีนี้หนูไฟบรรลัยกัลป์ 2563นี้มันทวีความรุนแรงและโหดร้ายด้วยฤทธาของเจ้ามฤตยูไวรัสโควิดที่ไล่ขวิดผู้คนในแทบทุกสาขาอาชีพจนแขนลีบขาลีบตีบตันไปหมด หลายกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจต้องหยุดชะงัก แม้อาจไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใดสำหรับกิจกรรมที่ดีและสร้างสรรค์นี้ก็ตามที ถึงกระนั้น ทางพนัสฯเองก็ต้องปรับรูปแบบการแข่งขันฉีกไปในรูปแบบ Online Hackathon เพื่อให้สอดรับแนวปฏิบัติ “เว้นระยะห่าง” หรือ Social Distancing ของภาครัฐ และภายใต้คอนเซ็ปต์ปีนี้ที่ว่า “AI for New Normal Economy”

คุณพนัส วัฒนชัย บิ๊กบอสแห่งค่าย Panus หรือ บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ถึงกับออกปากยอมรับบนโพเดียมตอนกล่าวเปิดพิธีมอบรางวัลว่า“ด้วยผลกระทบไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีนี้เป็นปีที่โหดร้ายมีผลต่อการจัดงานและการทำงานต่างๆได้ยาก ทว่า หากมองในมุมกลับกันก็ดีไปอีกอย่าง เพราะทำให้เราได้ปรับตัว แก้ไขปัญหา และเดินหน้าในทุกกิจกรรมให้ทันท่วงทีกับวิกฤติการณ์ครั้งนี้ได้ดี”

ดังฉะนั้น ด้วยฤทธาสุดแสบสันต์ของเจ้าไวรัสโควิด-19 นำไปสู่การเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันจากครรลองเดิมๆที่เคยย่ำมาในแต่ละปี ซึ่งในแต่รอบการแข่งขันตั้งแต่รอบคัดเลือกจนสู่รอบสุดท้าย ทุกทีมล้วนตื่นเต้นและท้าทายยิ่งนักแลกับการ Pitching ไอเดีย-ผลงานอันสร้างสรรค์บนเวทีท่ามกลางสายตาที่จดจ้องของคณะกรรมการ และแรงปลุกเร้าของบรรดาดกองเชียร์ให้ฮึกหาญในการแสดงออกถึงฤทธิ์ถึงเดช

บริบทแห่งประจันหน้าไอเดีย-ผลงานกันในรูปแบบออนไลน์แม้มันจะดูอินเทรนด์ตามแรงโน้มถ่วงยุคความโลกโซเชียลยึดครองเมืองมนุย์แบบเบ็ดเสร็จนี้ก็ตาม ทว่าในมุมกลับดูมันช่าง“ขาดรสชาติ”ไร้แรงปลุกเร้าให้มีสีสันไปยังไงพิกล หากเปรียบเป็นอาหารการกินแล้วล่ะก็ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมนูอาหารที่ดูภายนอกออกจะดูดีและเริ่ดด้วยการสร้างสรรค์และรังสรรค์ไร้ที่ติ

ทว่า เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสชาติแล้วดูมันจะออก “จืดชืดสิ้นดี”…หรือคุณพี่จะกล้าเถียงคะ?

หากจะไปว่าแล้วก็ไม่ต่างอะไรการแข่งฟุตบอลในลึกดังในต่างประเทศ ภาพที่เราคุ้นตาทุกสนามแข่งขันล้วนแล้วแออัดยัดเยียดด้วยกองเชียร์ที่แห่แหนเข้าไปชมจนเต็มความจุสนาม พลางแหกปากตะโกนเชียร์ดังกึกก้องจนแทบปากจะฉีกไปถึงรูหูแล้ว เพื่อปลุกเร้าและให้กำลังใจทีมที่ตัวเองรักชนิดสุดลิ่มทิ่ม the door (ประตู)

ทว่า ยามนี้ยามที่เจ้าไวรัสร้ายมันไม่สิ้นฤทธิ์และโบกมือลาโลกมนุษย์ไปไหน ลานจอดหญ้าสโมสรฟุตบอลลีกดังโลกในแต่ละสนามแข่งขันไร้ซึ่งผู้ชมและกองเชียร์ กระทืบให้บรรยากาศทั่วสนามมันเงียบวังเวงวิเวกยังไงชอบกล แม้เกมการแข่งขันจำเป็นต้องแข่งผู้เล่นจำใจเล่นที่แม้ลึกสุดใจของนักเตะแข้งทองทั้งหลายดูจะหดหู่ใจและไร้แรงบันดาลใจไร้เสียงเชียร์กระหึ่มทั่วสนามเพื่อปลุกเร้าให้บรรดาพ่อค้าแข้งได้ร่ายมนต์เพลงแข้งบนฟลอร์หญ้าให้มันสะเด่วไปเลยคุณพี่ค่ะคุณพี่ขา!

ฉะนั้น&ฉะนี้ นั่นก็เป็นวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้วมนุษย์ต้องเรียนรู้ ร่วมมือแก้ไขปัญหา และปรับตัวให้ทันต่อวิกฤติการณ์ อะไรยังงั้นฉันใดก็ฉันเพลแหล่ะคุณโยม!

แม้โครงการนี้จะมีหลายภาคส่วนเกี่ยวก้อยเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยกันผลักดันและจัดขึ้น ทว่า หลักใหญ่เป็นค่ายพนัสยังเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันลุยตะบันงานเองตั้งแต่ต้นจนจบครบถ้วนกระบวนความโดยไม่ต้องจ้างเอเจนซี่เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า“เวทีนี้ไม่มี…พี่เลี้ยง”ในการรันงานรันคิวรันเวทงเวที ทั้งหมดทีมพนัสจัดเองจบเองแบบ One stop service เจ้าค่ะ

งานจบและลุล่วงไปได้ด้วยดีนอกเหนือจาก“คุณพนัส วัฒนชัย” ที่ต้องยกเครดิตให้ไปเต็มเปาในฐานะบิ๊กบอสแห่งค่ายพนัสแล้ว หากไม่เอ่ยถึง“คุณพี่หนุ่ย-ณัชชา วงศ์คำภู”หญิงเหล็กหัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดแห่งค่ายพนัสเห็นทีจะไม่โสภาสถาพรเท่าไหร่นัก ที่งานนี้เธอลุยเองกับมือค่ะท่านเจ้าคุณ ไม่หน่ำใจแค่นั้นยังขนอุปกรณ์ฉากเวทีและพ่วงด้วยลูกทีมจากโรงเรียนลูกกรอกคะนองนามาเต็มรถเทรลเลอร์ เพื่อให้งานนี้ออกมาดูดีและสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 

ไอ้กระผมในฐานะสื่อเล็กๆที่เคยหลงระเริงในป่าดงดิบสิบล้อเมืองไทยมานานหลายปีและยอมขายวิญญาณให้กับท่านปีศาจขนส่ง เห็นความทุ่มเทและเสียสละของทุกหน่วยงาน อดไม่ได้ต้องปรบมือรัวๆให้กับท่านเจ้าภาพหลักอย่างบริษัทพนัสฯ ผู้บริหารระดับสูง พนักงาน รวมถึงพาร์ทเนอร์อื่นๆที่ทุ่มแรงกาย แรงทรัพย์ และแรงสติปัญญาที่มีส่วนช่วยผลักดันโครงการดีๆนี้ประสบความสำเร็จไปอีกหนึ่งปี

อย่าหาว่าแซะโน่นนี่นั่นเลย!เวทีนี้แม้ดูจะมีสาระประโยชน์โคตรๆก็ตาม ทว่า ก็ยังไร้การเหลียวแลและให้ความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่น่าจะมีมากกว่านี้ ก็อย่างว่าล่ะเนอะเวทีนี้มันไม่เหมือนเวทีปาหี่การเมืองที่เมลืองเรืองรองด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนซ่อนเงื่อน หรือแม้แต่กระทั่งละครน้ำเน่าหลังข่าวที่สวมบทบาทชิงรักหักสวาทตบตีแย่งผัว-เมียกันยุ่งเหยิงไปหมด อะไรเทือกนั้นใช่ป่ะล่ะ?Oops Oops Oops!

แปรงร่างเป็นเสือเผ่นล่ะครับพี่น้องเดี๋ยวงานเข้า เบาได้เบา!…ปีหน้าปะหน้ากันใหม่ในบรรยกาศที่น่าเบิกบานตะไทกว่านี้!

…หวังว่านะจ๊ะ!

:ปีศาจขนส่ง