“บ้านปู”คงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ-ไม่มีหลักประกันจากทริสเรทติ้งที่’A+’

0
13

บ้านปู ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันจากทริสเรทติ้งที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนความเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งพร้อมรับสถานการณ์โลกที่ท้าทาย

อันดับเครดิตที่ระดับ A+” นี้สะท้อนถึงอนาคตธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงของบ้านปู ตั้งแต่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่บ้านปูได้ลงทุนในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติบาร์เน็ตต์เสร็จสิ้นไปในปีที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาช่วยเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วจากแหล่งก๊าซธรรมชาติเดิมที่มี สำหรับอุตสาหกรรมถ่านหิน อุปสงค์ก็มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ขณะที่กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานของบ้านปู ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดที่แน่นอน อันดับเครดิตนี้ยังสะท้อนการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะเป็นผู้ผลิตพลังงานแบบครบวงจรซึ่งมุ่งเน้นพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นด้วย ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิต Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่า บริษัทฯ จะยังคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานต่อไป ด้วยวินัยทางการเงินและการบริหารเงินสดที่แข็งแกร่ง

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูรู้สึกยินดีที่ ทริสเรตติ้งมีความเชื่อมั่นในองค์กร และยังคงเครดิตระดับ “A+” แม้ว่าสถานการณ์โลกภายนอกมีความท้าทายและผันผวน รวมไปถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจครั้งสำคัญ (Banpu Transformation) ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการแห่งอนาคตภายใต้ยุค Never Normal ที่ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเรามุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อส่งมอบ “อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability)” ให้กับโลกภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter & Faster โดยนำระบบดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำสมัยมาใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า (Customer Centric) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ซึ่งคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) อันเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมถึงผลประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มใน 10 ประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ