ลัดเลาะเส้นทางเชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยวและการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว กับเนด้า (NEDA)

0
663

 

เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่นายเอกเขนก ได้รับเกียรติจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือที่รู้จักกันดีในนาม เนด้า(NEDA) ร่อนหมายเชิญให้เข้าร่วมทริป  “CSR & Press Tour 2017”ระหว่าง 15-17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมลัดเลาะเส้นทางการก่อสร้างที่ทางเนด้าให้ความช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการแก่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรที่เนด้าภูมิใจนำเสนอให้พี่น้องสื่อมวลชนร่วมเดินทางสัมผัสความตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นเป็นประจำทุกปี

ก่อนหน้านี้ นายเอกเขนก ก็ได้ร่วมทอดน่องสัญจรพลางดื่มด่ำธรรมชาติที่ยังดิบๆทั้งในเส้นทางด่านห้วยโก๋น(น่าน)-หลวงพระบาง(สปป.ลาว) เมื่อปี 2559 และเส้นทางบ้านน้ำพุร้อน(กาญจนบุรี)-ทวาย(เมียนมา)เมื่อปี 2558 ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางก็เป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือทางการเงินกับประเทศเพื่อนบ้าน ทว่าทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางวิบากอุดมไปด้วย“ความหฤโหด ตื่นเต้น และหวาดเสียว”ตลอดการเดินทางด้วยเล่นงานเอาบรรดาเครื่องในของ นายเอกเขนก สลับที่สลับทางกันสิงสถิตเลยทีเดียว

ส่วนทริปนี้ก่อนหน้าการเดินทางจริงทีมพีอาร์เนด้าได้กรุณากระซิบกระซาบว่าทริปนี้เบๆชิลล์ๆไม่ได้อภิมหาโหดเหมือน 2 ทริปก่อนหน้านี้ ทำเอาผู้ร่วมทางในวัย 45 หยกๆ 46 หย่อนๆอย่างนายเอกเขนกโล่งอกยังกะยกภูเขาหิมาลัยออกจากอกที่มีขนาด 3 ศอก

โดยทริปนี้เป็นการสัญจรบนเส้นทาง “โครงการปรับปรุงและก่อสร้างถนนช่วงบ้านฮวก (จ.พะเยา) -เมืองคอบ – เมืองเชียงฮ่อน และเมืองคอบ – บ้านปากคอบ – บ้านก้อนตื่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)”ซึ่งเป็นโครงการที่ทางเนด้าให้ความช่วยเหลือในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนและเงินให้เปล่า โดยรัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป.ลาว ได้มีการลงนามในสัญญาให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556

ที่จะขาดไม่ได้ก็คือผู้ใหญ่ใจดีจากเนด้า ไม่ว่าจะเป็นท่านประสิทธิ์ สืบชนะ กรรมการบริหาร สพพ.ท่านผอ.เนวิน สินสิริ และ ท่านรองฯพันเอก ดร.ศรัณยู วิริยเวชกุล ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น อาทิ บริษัท พนัส แอสแซมบลีย์ จำกัด รวมถึงบริษัท เอเซี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นซ์ จำกัด บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียร์ริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยกองทัพสื่อมวลชนรวมแล้วกว่า 40 ชีวิต

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มจุดพลุทันทีที่คณะฯก้าวเท้าลงจากเครื่องบินของสายการบินไทยสมาย ณ สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เวลาประมาณ 09.30 ของวันที่ 15 มิ.ย. โดยเอาฤกษ์เอาชัยและความเป็นสิริมงคลด้วยการเดินทางไปไหว้พระพร้อมเสพงานศิลป์พลางดื่มด่ำความอลังการงานสร้างของวัดร่องขุ่น ที่อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ จิตรกรนามอุโฆษคนเจียงฮายแต้ๆเนรมิตวัดร่องขุนให้วิจิตรงดงามทั้งด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมดังเป็นพลุแตกจนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศแห่แหนมายลความงดงามของวัด และก็ไม่ทำให้คณะฯต้องผิดหวังที่งานนี้ อ.เฉลิมชัย ได้ให้เกียรติพาชมวัดพร้อมกับพรั่งพรูวาทกรรมเผ็ดร้อนผ่านงานศิลป์ที่แฝงด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้าแก่คณะฯได้ยินเต็ม 2 รูหูกระตู้วู้ 2 ลูกกะตา พร้อมถลาลมทั้งอาการ 32 ทั่วสรรพางกายได้สะดุ้งโหยงกันทั้งคณะฯ รู้เลยว่านี่แหล่ะ อ.เฉลิมชัย ตัวจริงเสียงจริง

จากนั้นคณะฯได้เคลื่อนขบวนทัพไปร้านอาหารภูภิรมณ์ สิงห์ปาร์ค ไร่บญรอด เพื่อทานอาหารกลางวันท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนรื่นรมย์สมถวิลด้วยความเขียวขจีแห่งมวลพฤกษชาตินานาพันธุ์พร้อมทุ่งชาเขียวสุดลูกหูลูกตา พออิ่มเอมเกษมสำราญท้องร่างกายก็ดีดตัวได้เวลาเดินทางต่อไปยังที่พักในตัวเมืองจ.พะเยาก่อนที่จะล่องเรือไปเที่ยวชมวัดติโลกอาราม ณ เกาะกลางน้ำของกว๊านพะเยา พอแดดร่มลมตกลมโชยเย็นสบายๆก็เข้าสู่ช่วงกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาและเชื่อมโยงการคมนาคม ท่องเที่ยว การค้าข้ามแดนไทย – สปป.ลาว” ณ ร้านกินลมชมกว๊าน โดยมีผู้บริหารของสพพ.และข้าราชการะดับสูง ประธานสภาหอฯสภาอุตฯของจ.พะเยาขึ่นเวทีให้สาระความรู้ก่อนจะมีดินเนอร์พอหอมปากหอมคอก่อนแยกย้ายเข้าที่พักทอดกายนอนพักผ่อนเก็บแรงไว้สู้งานในรุ่งขึ้น

พอรุ่งอรุณวันใหม่(16 มิ.ย)ทอแสงมา ก็ได้เวลาคณะฯเคลื่อนพลไปยังโรงเรียนบ้านฮวก เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา เวชภัณฑ์ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น คอมพิวเตอร์ และงานปรับปรุงหลังคาโรงอาหาร โดยมีคณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา และนักเรียนให้การต้อนรับ จากนั้นก็ได้เวลาเคลื่อนกำลังพลไปยังจุดผ่านแดนบ้านฮวก จ.พะเยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองไทย-ลาว แตะแผ่นดินสปป.ลาวที่อาคารด่านปางมอญ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นด่านผ่อนปรนชั่วคราว และในอนาคตจะเป็นด่านถาวร โดยมีท่านเมืองคอบ หัวหน้าโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว เป็นต้น ให้การต้อนรับ สื่อมวลชนสัมภาษณ์และเก็บภาพ จากนั้นก็ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการพัฒนาน้ำประปาเมืองคอบ แขวงไซยะบุลี

ถัดจากนั้นก็ได้เวลาทานอาหารกลางวัน ที่มื้อนี้คณะฯได้ชิมอาหารรสชาติหลากหลายเมนูของบ้านพี่เมืองน้องสปป.ลาว อย่างเอร็ดอร่อยกันซะพุงกาง จากนั้นก็เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านบ่อ แขวงไซยะบุลี สปป.ลาว(สัญญาที่ 1) เพื่อร่วมกันมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา เวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคบริโภค และห้องสุขา โดยมีคณะครู และนักเรียนให้การต้อนรับ พอเสร็จพิธีการก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังท่าเรือบ้านปากคอบ ซึ่งจุดนี้เปิดโอกาสให้คณะสื่อมวลชนได้ถ่ายทำและสัมภาษณ์ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนบ้านปากคอบ

จุดนี้เอง นายเอกเขนก ก็ได้ไปนั่งพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่รอบๆท่าเรือ ชาวบ้านบอกว่าแต่ก่อนการเดินทางบนถนนเส้นนี้ลำบากมาก การที่เดินทางไปยังด่านบ้านฮวกเพื่อซื้อของจากฝั่งไทยต้องใช้เวลากว่า 3 ชม. พอทางเนด้าได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อปรับปรุงและก่อสร้างถนนใหม่ ทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นโดยใช้เวลาการเดินทางไม่ถึงชม.ก็ถึงด่านบ้านฮวกฝั่งไทยแล้ว ต้องขอขอบใจหลายๆกับทุกฝ่ายที่มีส่วนสำคัญทำให้ถนนเส้นนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ส่งผลดีให้คนสปป.ลาวได้สัญจรไปไหนมาไหนสะดวกสบาย

ทั้งนี้ คุณเนวิน สินสิริ ผอ.สพพ.ได้เปิดเผยถึงโครงการนี้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการปรับปรุงและก่อสร้างถนนช่วงบ้านฮวก (จ.พะเยา) เมืองคอบ – เมืองเชียงฮ่อน และเมืองคอบ – บ้านก้อนตื่น สปป.ลาว มีลักษณะพื้นที่ก่อนการก่อสร้างเดิม เป็นทางลูกรังที่ใช้สัญจรจากด่านบ้านฮวก – บ้านปางมอญ ถึงเมืองคอบ ไปบ้านปากคอบ บ้านก้อนตื่น และจากเมืองคอบไปเมืองเชียงฮ่อน ซึ่งสภาพถนนจะเดินทางลำบากในหน้าฝน และมีด่านชั่วคราวที่บ้านปางมอญ ดังนั้น สพพ. ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาปรับปรุงและก่อสร้างถนนช่วงบ้านฮวก (จ.พะเยา) เมืองคอบ – เมืองเชียงฮ่อน และเมืองคอบ – บ้านก้อนตื่น สปป.ลาว เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของไทยกับ สปป.ลาว

“เส้นทางนี้ทำให้การเดินทางจากภาคเหนือตอนบนของไทยไปยังเมืองหลวงพระบางมีความรวดเร็ว และประหยัดเวลาการเดินทางมากขึ้น สามารถเดินทางต่อไปยังประเทศจีน (คุนหมิง) และประเทศเวียดนาม (เดียนเบียนฟู) ได้โดยใช้ถนนหมายเลข 3 และหมายเลข 4 (2) เพื่อสนับสนุนให้การค้าชายแดนของไทยที่บริเวณบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา และ บ้านปางมอญ เมืองคอบ สปป.ลาว มีการขยายตัวและเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนมากขึ้น รวมถึงการลงทุน และการท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง และ(3) เพื่อทำให้การเดินทางและขนส่งจากประเทศไทยเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ของ สปป.ลาว ได้สะดวก รวดเร็วขึ้น รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ โดยรวมระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร มูลค่า 1,390 ล้านบาท”

จากนั้นคณะฯได้เดินทางกลับมายังด่านบ้านฮวก จ.พะเยา เพื่อเคลื่อนทัพเข้าที่พักที่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะมีงานเลี้ยงช่วงเย็น โดยมีผู้บริหารระดับสูงสพพ.กล่าวขอบคุณผู้บริหารจากหน่วยงานภาคเอกชน และคณะสื่อมวลชนที่ได้ให้เกียรติร่วมทริปนี้ ก่อนที่จะแยกย้ายเข้าที่พักเอนกายพักผ่อนหลังใช้พลังงานมาทั้ง 2 วัน

พอรุ่งเช้า(17 มิ.ย.)คณะฯก็ได้เดินทางไปยังคุ้มดอยดินแดงที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย จากนั้นก็ได้เวลารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารลีลาวดี ก่อนที่จะเดินทางไปยังวัดห้วยปลากั๊งเพื่อร่วมถวายสังฆทาน จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางไปยังสนามบินแม่ฟ้าหลวงก่อนขึ่นเครื่องของสายการบินไทยสมายกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ เป็นอันปิดทริปนี้สมบูรณ์แบบ

โอกาสนี้ นายเอกเขนก ต้องขอขอบคุณอย่างสูงที่ทางเนด้าได้ให้เกียรติเชิญสื่อเล็กๆร่วมทริปทุกปี เป็นใบเบิกทางให้ได้รับประสบการณ์อันหาที่ไหนไม่ได้ พร้อมกับได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในอีกประเทศหนึ่ง ที่สะท้อนมิติทั้งความเหมือนและแตกต่างจากบ้านเรา และทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าบนโลกกลมๆใบนี้ยังมีเพื่อนร่วมโลกอีกมากที่ดำรงชีพด้วยความยากลำบาก และที่สำคัญต้องกระซวกจิตใต้สำนึกมนุษย์โลกว่าเมื่อมีโอกาสและยืนอยู่่ ณ ตำแหน่งที่พอจะแบ่งปันความช่วยเหลือผู้อื่นได้ก็ต้องรู้จักคำว่า “เสียสละ” เฉกเช่นที่เนด้าได้ดำเนินการร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการ รวมทั้งสิ้น 72 โครงการ วงเงิน 15,730.47 ล้านบาทตลอด 12 ปีที่ผ่านมา

…..ต้องลุ้นล่ะครับว่าทริปต่อไปจะเป็นเส้นทางไหน!