ขนส่งฯพร้อมอำนวยความสะดวกรับคนกลับบ้านหลังเทศกาลปีใหม่ 2569 จัดรถเสริมให้เพียงพอ กำชับเจ้าหน้าที่เข้มข้นตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะให้มีความปลอดภัยรองรับประชาชนกลับบ้าน เผยผลตรวจความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถที่ทุกสถานีขนส่งและจุดจอดทั่วไทย ประจำวันที่ 3 มกราคม 2569
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าเทศกาลปีใหม่ในปีนี้จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตขับรถและไม่หมดอายุ ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย และการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านระบบ GPS และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ สำหรับผลการดำเนินการตรวจความพร้อม ในวันที่ 3 มกราคม 2569 ตรวจรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 17,554 คัน พบรถบกพร่อง 10 คัน ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการ จำนวน 10 คัน ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถจำนวน 17,554 ราย ไม่พบพนักงานขับรถบกพร่อง
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS จำนวน 48,319 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 227 คัน ผลตรวจสอบการใช้ความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 2,075 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 14 คัน กรมการขนส่งทางบกจะประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำกับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จำนวน 54 เรื่อง โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ สภาพรถไม่มั่นคงแข็งแรง/ดัดแปลงตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนถูกต้อง, ขับรถประมาท/น่าหวาดเสียว และไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถ กรมการขนส่งทางบกจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถแจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง






































