ม้าเหล็กชนกระบะดับ 2

0
71

วันนี้ (22 มกราคม 2562) เมื่อเวลาประมาณ 07.28 น. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 39/41 กรุงเทพ – สุราษฎร์ธานี/ยะลา มีนายภูมิพงษ์ วิมลชัย เป็นพนักงานขับรถไฟ และนายชาญณรงค์ ศิริมาสกุล พนักงานรักษารถ ขณะทำขบวนถึงบริเวณทางลักผ่าน สทล.ที่ 563/9 ระหว่างสถานีบ้านดวด – คันธุลี เกิดเหตุรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บห 1421 สุราษฎร์ธานี ขับตัดหน้าขบวนรถไฟกระชั้นชิด จนเกิดอุบัติเหตุชนกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ นางรวีรวรรณ เสมรอด อายุ 38 ปี (คนขับรถกระบะ) และ ด.ช. มนูญศักดิ์ เสมรอด อายุ 10 ปี ไม่ทราบที่อยู่ เบื้องต้นได้นำส่งศพส่งโรงพยาบาลละแม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จากการตรวจสอบพบว่า ขบวนรถได้รับความเสียหายไม่สามารถทำขบวนต่อไปได้ เนื่องจากซากรถกระบะติดอยู่กับขบวนรถไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้พยายามตัดซากรถยนต์ออกจากใต้ท้องรถ แต่ไม่สามารถนำออกมาได้ เนื่องจากตู้โดยสารมีขนาดใหญ่ต้องใช้รถยกของการรถไฟฯ ซึ่งความคืบหน้าขณะนี้ได้นำรถพิเศษช่วยอันตรายจากจังหวัดชุมพรมาดำเนินการยกซากรถยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดทางได้ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. สำหรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นทางลักผ่านมีสัญญาณเตือน ป้ายจราจร ไฟกะพริบ ป้ายข้อความเตือนทั้งสองด้าน และมีเครื่องหมายจราจรครบถ้วน การรถไฟฯ ขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย และขอความร่วมมือไปยังประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านบริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ อย่างเคร่งครัด “มาตรา ๖๓ ในทางเดินรถตอนใดที่มีทางรถไฟผ่าน ไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณระวังรถไฟ หรือ สิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถ ห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้” เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน ทั้งนี้ ทางลักผ่านในบริเวณดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างเครื่องกั้นถนนได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ phase 2 ซึ่งถ้ามีการสร้างทางผ่านจะเป็นสะพานหรือทางลอดแทนในอนาคต

ซึ่งในปัจจุบันจุดตัดเสมอระดับทางรถยนต์ – รถไฟ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,690 แห่ง ประกอบด้วย เครื่องกั้นที่มีพนักงาน 424 แห่ง เครื่องกั้นอัตโนมัติ 890 แห่ง ป้ายจราจร 402 แห่ง ทางข้าม 152 แห่ง ทางลอด 118 แห่ง ทางลักผ่าน 699 แห่ง คานยก 5 แห่ง