แฉบอร์ดรฟม.ยื้อตั้งกรรมการสรรหาผู้ว่ารฟม.คนใหม่

แฉบอร์ดรฟม.ยื้อตั้งกรรมการสรรหาผู้ว่ารฟม.คนใหม่ ทั้งที่รู้ล่วงหน้าเป็นปี เปิดทางประธานบอร์ดล้วงลูกบริหารงานเองรายวัน ขณะสรรหาดีดีบินไทยจ่อยืดไปชาติหน้า รอตัวเต็งพ้นปลดล็อคปี 61

0
214
แฉบอร์ดรฟม.ยื้อตั้งกรรมการสรรหาผู้ว่ารฟม.คนใหม่ ทั้งที่รู้ล่วงหน้าเป็นปี เปิดทางประธานบอร์ดล้วงลูกบริหารงานเองรายวัน  ขณะสรรหาดีดีบินไทยจ่อยืดไปชาติหน้า รอตัวเต็งพ้นปลดล็อคปี 61
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่าในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาโดยมีพลเอกยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธาน ซึ่งเดิมมีวาระที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการรฟม.คนใหม่แทนนายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ที่ครบวาระไปเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่ประชุมบอร์ดรฟม.ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวท่ามกลางความงุนงงของฝ่ายบริหารรฟม.
ทั้งนี้เหตุผลที่บอร์ดรฟม.ยังไม่ตั้งคณะกรรมการสรรหานั้น ประธานรฟม.ระบุว่าเพราะก่อนหน้านี้บอร์ดรฟม.ได้เห็นชอบให้นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผน ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่ารฟม.อยู่แล้ว และกฎหมายเปิดช่องให้เวลาสรรหาผู้ว่าการคนใหม่ได้ถึง 1  ปีจึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งกระบวนการสรรหา
ขณะที่ผู้บริหาร รฟม.เผยว่า โดยปกติหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้บริหารคนใหม่ก่อนที่ผู้บริหารเดิมจะครบวาระเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง แต่สาเหตุที่บอร์ดรฟม.ยื้อกระบวนการสรรหาทั้งที่รู้ล่วงหน้ามาเป็นปีนั้น เป็นความตั้งใจของประธานบอร์ดรฟม.เองที่ต้องการล้วงลูกการบริหารงานภายในรฟม.เอง โดยก่อนหน้ามีกระแสข่าวหนาหูว่ามีการแต่งตั้งผู้ใกล้ชิดเข้าไปดูแลกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาควบคุมโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ โดยเฉพาะล่าสุดการคัดเลือกที่ปรึกษารถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงินก่อสร้าง 82,600 ล้านบาทซึ่งมีค่าที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างกว่า 2,700 ล้านบาท และยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง วงเงินลงทุน 54,768 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี วงเงินลงทุน 56,725 ล้านบาทซึ่งแต่ละโครงการจำเป็นต้องว่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างทั้งสิ้น  “ขณะนี้คนในรฟม.เริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายรฟม.ระหว่างประธานบอร์ดกับฝ่ายบริหารที่แทบจะทำหน้าที่เป็นแค่สำนักงานเลขาฯเท่านั้น หากไม่ทำตามนโยบายของประธานก็อาจเลื่อนกระบวนการสรรหาออกไปไม่มีกำหนด”
ส่วนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี)การบินไทยนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากคณะกรรมการสรรหาประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์เพียง 4 คนคือ นายดนุช บุนนาค ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัททีโอที และนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นั้น มีแนวโน้มที่บอร์ดการบินไทยและคณะกรรมการสรรหาจะดึงกระบวนการสรรหาออกไปถึงปลายปี เห็นได้ชัดจากการกำหนดให้ผู้สมัครเข้าแสดงวิสัยทัศน์ที่เลื่อนออกไปเป็นเดือน พ.ค.-มิ.ย. และคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือนพิจารณาให้คะแนนอีก ทำให้คาดว่าท้ายที่สุดแล้วบอร์ดการบินไทยจะล้มกระบวนการสรรหาเพื่อรอให้นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์  รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและบัญชี ที่การบินไทยหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นทายาทผู้รับช่วงงานต่อ แต่ยังติดล็อคเคยเป็นผู้บริหารธนาคารซีไอเอ็มบีและลาออกจากธนาคารมาไม่ถึง 3 ปี โดยจะพ้นเงื่อนไขเวลาดังกล่าวกลางปี 2561 ไปแล้ว จึงจะเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ โดยระหว่างนี้จะให้รักษาการการบินไทยทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ