อนิจจาได้ใจ…รถเมล์ไทยยุค 4.0

0
233

เปิดเส้นทางทดลองวิ่งวันนี้เป็นวันแรกแล้ว 8 เส้นทางสำหรับรถเมล์เก่ากับชื่อเส้นทางใหม่ภายใต้แผนปฏิรูปรถโดยสายสาธารณะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยจะทดลองวิ่งตามกรอบเวลา 1 เดือนก่อนจะประเมินผลดีผลเสียแล้วพัฒนาเดินรถในเส้นทางอื่นๆเพิ่มให้ครบ 269 เส้นทางภายใน 2 ปีจากนี้ไป

เรียกได้ว่าเป็น Talk of the town เกรียวกราวกรี๊ดกร๊าดกระแทกใจคนกรุงไปเต็มเปาเลยทีเดียว กับแผนปฏิรูปรถเมล์ไทยภายใต้ภูมิปัญญาของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)จนนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนสนั่นโลกโซเชียลเฟี้ยวฟ้าวที่ใครๆอดไม่ได้จะละเลงคอมเม้นต์ กดไลท์ กดแชร์แพร่กระจายในเวลาแค่พริบตา

เป็นประเด็นร้อนระอุและน่าขบคิดอย่างมาก เพราะท่ามกลางความฝันคนกรุงที่จะฤกษ์มงคลยกบั้นท้ายงาม ๆบรรจงนั่งรถเมล์ใหม่หลังขสมก.ยกเลิกสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน กับบริษัทเบสท์ริน ที่ทำเรื่องงามไส้ระดับพระกาฬเอาไว้จนป่านนี้ก็ยังเงียบเป็น“เป่าสากฝังครก” อยู่เลยครับพระเดชพระคุณท่านว่าจะหาทางประมูลรอบใหม่อย่างไร

ขณะที่คนกรุงกำลังหาวเรอรออย่างไร้ควมหวังอยู่นั้น จู่ๆพี่หนิท-สนิท พรมวงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบกของกระผม ก็สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้สังคมได้“อึ้งกิ่มกี่”พลางขยี้ตาจนแสบสันต์อีกแล้วครับท่าน กับแผนสุดหรูปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางฯ ได้กำหนดชื่อเส้นทางอย่างเป็นระบบในเชิงพื้นที่ใหม่โดยเบื้องต้นแบ่งเป็น 4 โซน กำหนดสัญลักษณ์เชิงสีออกเป็น 4 สี หมายเลขเส้นทางใหม่ที่ไม่เกิน 2 หลัก และตัวอักษรภาษาอังกฤษ์ห้อยท้าย กรณีที่เส้นทางที่มีต้นทางและปลายทางเดียวกัน แต่ใช้ทางพิเศษได้กำหนดตัวอักษรเพื่อความเข้าใจ คือ Expressway : E

โดยจะทดลองเดินรถ 8 เส้นทางเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่าง 15 ส.ค.– 15 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเดินรถควบคู่กับการให้บริการในเส้นทางเดิม กำหนดเวลาการเดินรถที่เหมาะสม ค่าโดยสารอัตราเดียวกับที่ ขสมก. จัดเก็บ และเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำ บริเวณด้านหน้ารถและด้านข้างรถต้องมีแถบสีแสดงพื้นที่ให้บริการและเส้นทาง รวมถึงแสดงชื่อเส้นทางใหม่ ควบคู่กับเลขสายรถและชื่อเส้นทางเดิม พร้อมทั้งจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง

อย่างเช่น สายสาย G59E มีนบุรี – ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) สายเดิม คือ 514 มีนบุรี – ถนนรัชดาภิเษก – สีลม คนกรุงที่ใช้รถเมล์ต้องล้างเมมโมรี่เก่าแล้วทดแล้วเอาในใจ เพื่อจดจำและทำความเข้าใจกับสาย G59E ใหม่ ไล่มาตั้งแต่อักษร G คืออะไร เลขเส้นที่ใหม่ที่ไม่เกิน 2 ตัวเลข และ E  ที่ต้องจำ จำ และจำให้ดีขึ้นใจ

แม้พอจะเข้าใจได้กับตัวอักษร G ที่หมายถึงโซนรถเมล์สีเขียว ที่ถูกแบ่งเป็นโซนเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางรางหลากสีที่จะเกิดขึ้นและเปิดให้บริการในอนาคต และตัว E คือขึ้นทางด่วน แต่ตัวเลขใหม่นี้ 59 นี่สิคารับพี่น้อง ก็ไม่ทราบพี่หนิทของกระผมไปเอาตรรกะจากสำนักตักศิลาอันลือลั่นไหนมา

เพราะอย่าลืมนะครับว่าคนใช้รถเมล์มาทั้งชีวิตมันฝังในเมมโมรี่ของเขาแล้วนะครับว่าสาย 514 ที่ต่อให้หูหลับตายังไงก็รู้ว่าวิ่งไปมาไหน พอถูกตัดต่อสายพันธุ์ใหม่วิ่งมาถึงตัวนี่ผู้โดยสารคงจะใส่ใจชื่อสายใหม่ไม่เต็มลูกกะตาให้เสียเวลาหรอก เพราะจุดที่เขาสนใจและจ้องตาเป็นมันคงเป็นที่ไหนไม่ได้นอกเสียจาก“ป้ายด้านขวาล่างหน้ากระจกรถและรายละเอียดเส้นทางข้างรถที่บอกถึงเส้นทางสายเก่าที่เขาคุ้นเคย”

บนความสับสนนี้คนรุ่นเก่า-ใหม่ที่สมองไวหัวไวก็พอรับได้ แต่ตาสีตาสายายมียายมาอีกทั้งคนที่ภาษาไม่แข็งแรงก็น่าเห็นใจอย่างแรง มัวแต่จ้องๆมองๆเก้ๆกังๆรถเมล์คงจะรอพวกเขาหรอกนะ!

และแม้พอจะเข้าใจได้ถึงความตั้งใจจริงของพี่หนิทของกระผมที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพราะโลกมันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างเร็ว แรง และทะลุทะลวงแล้ว หากมัวจะจมปรักย่ำอยู่กับที่โดยที่ไม่ลุกขึ้นปรับปรุงและพัฒนาองค์กรเลยก็ดูกระไรอยู่

อีกทั้งก็อาจโดนสังคมค่อนแคะและประณามได้ว่าไม่รู้จักยกระดับการพัฒนาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเมือง ลำพังเผชิญกับปมแสลงใจกับรถเมล์ที่ “โคตรเก๊าเก่า” บริการที่“โคตรห่วยแตก” บวกกับที่ต้อง“แบกหนี้”นับแสนล้านบาทก็หน้ามืดจนลืมบ้านเลขที่แล้ว

รอยต่อเวลาการทดลองวิ่งนี้ สิ่งที่ขบ.ต้องเร่งทำงานเชิงรุกมากขึ้น ก็คือการสร้างความเข้าใจและรับรู้ของพี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการให้จงหนัก ด้วยการเน้นการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงภายใต้แผนการปฏิรูปนี้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรอบด้าน

ก็ต้องลุ้นล่ะครับว่าหนึ่งเดือนแห่งการทดลองจากนี้ไปจะถูกใจและสังคมรับได้หรือไม่ หรือจะเจริญรอยตามกับมาตรการห้ามนั่งท้ายกระบะที่สังคมเล่นงานซะพี่หนิทของกระผม “ใบ้รับประทาน” จนถึงเวลานี้ เดี๋ยวก็รู้ครับ!

 บทความโดย :ปิศาจขนส่ง