ควันหลงม.44 ปิดเหมืองทอง…จ่อจบลงด้วยค่าโง่

0
1103
ควันหลง ม.44 ปิดเหมืองทองจ่อจะจบลงด้วยค่าโง่แล้ว หลังทุนออสซี่ยื่นโนตี๊สให้รัฐบาลไทยต้องชดใช้ความเสียหายร่วม 3 หมื่นล้าน พาณิชย์นัดอย่าศึกเตรียมชง ”ครม.” ไฟเขียวแนวทางชดเชยความเสียหาย 
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ของออสเตรเลีย อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลไทย ภายหลังจากได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหายทางธุรกิจเป็นมูลค่า 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือราว 30,000 ล้านบาท จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งคสช.เรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตร และใบอนุญาตทุกประเภท ยุติการทำเหมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป และให้เร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เรียบร้อย
โดยคำสั่งนี้มีผลทำให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ซึ่งมีบริษัท คิงส์เกต เป็นผู้ร่วมทุนรายใหญ่ต้องหยุดทำเหมืองแร่ทองคำใน จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ และจ.พิษณุโลก บนเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ต้องได้รับความเสียหายทางธุรกิจอย่างหนักจากการลงทุน  จึงยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดยความเสียหายที่เกิดข้ึน โดยฟากไม่สามารถตกลงกันได้บริษัทอาจใช้สิทธิ์ฟ้องร้องรัฐบาลไทย ภายใต้กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ตามกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ออสเตรเลีย ในด้านการคุ้มครองการลงทุน ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนของประเทศหนึ่ง สามารถฟ้องร้อง และเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลของอีกประเทศหนึ่งได้ หากดำเนินนโยบายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการลงทุน เช่น ยึดทรัพย์สิน ยึดการลงทุน หรือเวนคืนที่ดิน ซึ่งการฟ้องร้องดังกล่าวภายใต้กรอบเอฟทีเอนี้ มาตรา 44 ไม่มีอำนาจครอบคลุมไปถึง 
ทั้งนี้ การที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าว เพราะมีเรื่องร้องเรียน และข้อขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ว่าเหมืองทองคำก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน แม้ในช่วงที่ออกคำสั่งดังกล่าว ยังไม่มีการพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ก่อให้เกิดผลกระทบจริงหรือไม่ แต่เพื่อประโยชน์ของสังคม และประชาชนในพื้นที่จึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งดังกล่าว ซึ่งหากออสเตรเลียฟ้องร้องจริง รัฐบาลไทยอาจเป็นฝ่ายแพ้ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์ผลกระทบที่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเดือนเม.ย.60 บริษัท อัครา ได้ทำหนังสือแจ้งสื่อมวลชนกรณีบริษัท คิงส์เกต ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท อัครา ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ในจ.พิจิตรและเพชรบูรณ์ ระบุว่า ไทยละเมิดข้อตกลงด้านการคุ้มครองการลงทุน ภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย และต้องการเจรจากับรัฐบาลไทยเพื่อหาทางออก โดยได้ทำหนังสือแจ้งรัฐบาลไทยถึงประเด็นดังกล่าว รวมทั้งขอเข้าพบและหาทางแก้ปัญหา แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
ขณะเดียวกัน ได้ส่งหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอเข้าพบและปรึกษาถึงแนวทางการปฏิบัติตามสิทธิภายใต้เอฟทีเอดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ อีก จากนั้น บริษัท อัครา จึงได้ทำหนังสือแจ้งรัฐบาลไทยว่า จำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิด้านการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย เพื่อหาข้อยุติเรื่องที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลไทยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อไกล่เกลี่ยกับออสเตรเลีย และล่าสุดอยู่ระหว่างการหาแนวทางเยียวยา
CR.ภาพประกอบจาก https://thaipublica.org