“ดำรง ภูอัครนันท์” เนรมิตขยะไร้ค่า ไปสู่ “กระถางต้นไม้” โกอินเตอร์

0
614

“  กระถางใยมะพร้าวถือว่าเป็นสินค้า “รักษ์โลก” เพราะเมื่อเรานำเมล็ดพันธุ์พืชใส่ลงไปในกระถาง เมื่อต้นไม้เติบโตขึ้นกระถางต้นไม้เองก็ค่อยๆ ย่อยสลายได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ ” 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันทั่วโลกกระแสความตื่นตัวเรื่อง “ภาวะโลกร้อน ” ทุกประเทศต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการหันมาใสใจสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อน   เพราะต้นเหตุเกิดจากการละเลยดูแลสิ่งแวดล้อมจนบายปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลกที่ฝังรากลึกมานานหลายปี

ขณะที่ปัจจัยการให้ความใส่ใจในการดูแลป้องกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน  เป็นเสมือนฟันเฟืองหลักผลักดันทำให้ผู้ประกอบการเอกชน อุตสาหกรรมหรือผู้ผลิตสินค้าเองต่างหันมาใส่ใจขบวนการเลือกผลิตสินค้าให้เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้นตามลำดับ

เช่นเดียวกัน  บริษัท ดำรงศิลป์ โคโคนัท จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มุ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ รักษ์โลก และการผลิตสินค้าที่ไม่เป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อม ล่าสุด บริษัทผลิตนวัตกรรมใหม่เป็น “ กระถางต้นไม้ใยมะพร้าว ” หรือ “ กระถางรักษ์โลก ”  ซึ่งตัวสินค้าทำจากเปลือกใยมะพร้าว พร้อมกับชูความสำคัญการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นจุดขายหลัก

ดำรง   ภูอัครนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดำรงศิลป์ โคโคนัท จำกัด   เปิดเผยกับ “ LOGISTICSTIME ” ถึงที่มาของผลิตภัณฑ์กระถางต้นไม้ทำจากใยมะพร้าว หรือ “กระถางรักษ์โลก” ว่า ขั้นตอนเริ่มต้นเกิดขึ้นมาจากการสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ คือ เปลือกมะพร้าวถูกกองทิ้งขว้างไม่มีคุณค่า   เพราะส่วนใหญ่สิ่งที่นำไปใช้ประโยชน์ก็มีเพียงแค่ลูกมะพร้าวเท่านั้น   ส่วนที่เหลือชาวบ้านก็จะนำเปลือกเผาไฟ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดๆ อีกทั้งยังทำลายชั้นบรรยากาศโลก

ดังนั้น เราจึงมีแนวติดว่าจะสามารถทำอะไรกับเปลือกมะพร้าวให้เกิดประโยชน์ ด้วยการนำเปลือกมะพร้าวมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นกระถางต้นไม้  โดยใช้เปลือกมะพร้าวเป็นองค์ประกอบหลักก็จะทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์

            “เราก็มองว่าหากจะทำออกมาเป็นกระถางใส่ต้นไม้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี จึงลองทำกระถางออกมา โดยการนำเอาเปลือกมะพร้าวที่เป็นวัตถุดิบที่ไร้ประโยชน์มาผ่านกระบวนการทำให้เป็นใยมะพร้าวแล้วนำไปผสมกับกาวลาเท็กซ์ หลังจากนั้นทำการขึ้นรูปผ่านเครื่องจักร จนกระทั่งเป็นกระถางต้นไม้ใยมะพร้าวในที่สุด” 

 

ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

                ดำรงกล่าวต่อว่า  จุดเด่นของกระถางใยมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถือว่าเป็นสินค้า “รักษ์โลก” เพราะเมื่อเรานำเมล็ดพันธุ์พืชใส่ลงไปในกระถาง เมื่อต้นไม้เติบโตขึ้น กระถางของเราสามารถที่จะนำใส่ลงไปในดินได้เลย  ซึ่งตัวกระถางต้นไม้เองก็ค่อยๆ ย่อยสลายได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ   หากเปรียบเทียบกับกระถางทำจากพลาสติกไม่สามารถที่จะนำกระถางพลาสติกใส่ลงไปพร้อมๆ กับต้นไม้ได้ เพราะมันไม่สามารถย่อยสลายได้  สุดท้ายกลายเป็นขยะสร้างมลพิษเกิดขึ้นบนโลก

บริษัทรับซื้อวัตถุดิบเปลือกมะพร้าวมาจากพื้นที่ในจังหวัดประจวบฯ สมุทรสงคราม  บริษัทกำลังการผลิตสินค้าของบริษัทอยู่ที่ 2-3 ตันต่อเดือน ขณะที่ปริมาณยอดจำหน่ายกระถางต้นไม้เปลือกมะพร้าวอยู่ที่ 1 แสนต่อเดือน  สนนราคาต่อหน่วยอยู่ที่ 15- 40 บาท  กระถางต้นไม้เปลือยมะพร้าวจัดจำหน่ายร้านซีเอ็ดบุ้ค  มินิมาร์ทที่มีประมาณ 500-600 ร้าน ทั่วประเทศ

“เมื่อพูดถึงความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ปัจจุบันตลาดผู้ซื้อขายสินค้ากระถางเป็นที่ยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ เพราะไม่เป็นขยะสร้างมลพิษ   นอกเหนือจากการจำหน่ายภายในประเทศแล้ว  บริษัทกำลังมุ่งเจาะตลาดส่งออกต่างประเทศที่กำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม  เช่น ประเทศเยอรมนี  เรากำลังอยู่ระหว่างเจรจาทำความเข้าใจในตัวสินค้า    แต่อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าลูกสนใจผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็ต้องใช้ระยะเวลา   เพราะในบางกลุ่มประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศทางยุโรป อเมริกา หรือ ออสเตรเลีย รัฐบาลกำลังพยายามผลักดันแต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สินค้าที่มีสารเคมีหรือผลิตจากสารเคมี ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   ผลิตภัณฑ์กระถางต้นไม้ใยมะพร้าวในประเทศคาดว่าอีก 5 ปีต่อจากนี้ไป สินค้ารักษ์โลกจะได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้น และจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นตามไปด้วยในที่สุด

 7  ไซส์กระถางหลากสโตล์

ดำรงยังกล่าวถึงขนาดกระถางตนไม้ใยมะพร้าว บริษัทผลิตกระถางรวมทั้งหมด 7 ไซส์ ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่   โดยมีทั้งแบบกลมและแบบเหลี่ยม นอกจากนี้ยังมีชุดปลูก ก็จะมี 3 ไซส์ ตั้งแต่เล็ก กลาง และใหญ่ และ 4 เมล็ดพันธุ์ ได้แก่ ผักบุ้ง ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนหัวไชเท้า  และต้นอ่อนข้าวสาลี ซึ่งเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวสามารถปลูกขึ้นได้ภายใน 7 วันกับชุดปลูกที่เราให้ไป  สำหรับสินค้าขายดีคือ ไซส์ขนาดกระถางขนาดใหญ่ขายดีที่สุด

  ปัจจุบันสินค้ารักษ์โลก จะยังไม่ค่อยได้รับการตอบรับที่ดีสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็มองว่าต่อไปในอนาคต หากผู้คนเริ่มมีความรู้ความเข้าใจในสินค้าดังกล่าว ก็จะทำให้สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มที่จะมียอดการใช้งาน รวมไปถึงยอดการสั่งซื้อและยอดการผลิตเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งยอมจะส่งผลดีต่อผู้ใช้งานมากขึ้น เพราะในเมื่อมีผู้ผลิตและสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะมีผู้ผลิตหลายรายเข้ามาทำตลาด ก็จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้เลือกสินค้าที่หลากหลายขึ้น รวมไปถึงก็จะได้สินค้าที่มีราคาถูกลงตามไปด้วย แต่ที่สำคัญก็คือ จะได้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงลดประมาณขยะมลพิษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

              “อนาคตคิดว่า  สินค้ารักษาสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นเทรนที่ดีคนยุดใหม่  เพราะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าลักษณะนี้ทั่วโลก แต่สิ่งที่ห่วงคือกำลังการผลิตเราจะต้องผลิตให้ทำกับความต้องการของตลาด” ดำรงกล่าวในที่สุด