ดีเอชแอล ทุ่ม 2.7 พันล้าน เดินหน้ายกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา

0
287

ฟ้าผ่าเปรี้ยงป้างกลางสมรภูมิภาคธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์เมืองไทย เมื่อบริษัทยักษ์ด้านขนส่งข้ามชาติอย่าง ดีเอชแอลซัพพลายเชน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศทุ่มทุน 2.7 พันล้านบาท เตรียมพัฒนาศูนย์ปฏิบัติงานแห่งใหม่ เพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งสินค้า และลงทุนติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมสร้างงานอีกกว่า5,000 ตำแหน่งภายใน 3 ปี นำเสนอโซลูชั่นแบบครบวงจรและนวัตกรรมบริการรูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบข้ามภาคส่วนของธุรกิจลอจิสติกส์ทั้งในไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา

ดัมพ์แมนโชว์ ถือโอกาสฝ่าอันตรายจากสายฟ้าฟาดแล้วถ่ายทอดบทสัมภาษณ์มร.เควิน เบอร์เรลล์ CEO กลุ่มธุรกิจประเทศไทย ดีเอชแอลซัพพลายเชน ที่ได้เปืดอกคุยถึงสาระสำคัญของการลงทุนครั้งสำคัญนี้ได้อย่างสนใจ

ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา

ปฐมบทแห่งการสนทนา มร.เควิน ได้ฉายภาพถึงสาระสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ว่าด้วยเม็ดเงินที่เราจะลงทุนครั้งนีิ้ เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานในประเทศไทยเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นผู้นำในธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยและเวียดนามในปัจจุบันแล้ว ดีเอชแอลซัพพลายเชน ยังเป็นบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ต่างชาติถือหุ้น 100% รายแรกและรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนในระยะยาวในประเทศเมียนมาในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และยังมีแผนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจในกัมพูชาเป็นเป้าหมายต่อไป สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติงานแห่งใหม่ เพิ่มจำนวนรถบรรทุกสินค้า และลงทุนติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมสร้างงานใหม่อีกกว่า 5,000 ตำแหน่งในตลาดเป้าหมายทั้ง 4 ประเทศ

“การลงทุนครั้งนี้ของดีเอชแอลยังตอบสนองความต้องการในหลาย ๆ ด้านของประเทศไทยที่กำลังเติบโต รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศที่คาดว่าจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากรัฐบาลไทยมีการลงทุนกับโครงการระดับเมกะโปรเจ็คต์หลายโครงการ ได้แก่ การยกระดับโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) แผนการขยายท่าอากาศยาน และอื่น ๆ ซึ่งล้วนดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้าสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น”

เบอร์ฺหนึ่งผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในไทย 

ต่อด้วยประเด็นผลการวิจัยของธนาคารกสิกรไทยที่ระบุว่าในปี ค.ศ. 2017 มูลค่าของธุรกิจการขนส่งทางบก และคลังสินค้าของไทยจะมีอัตราเติบโตราว 5-7% นั้น มร.เควิน อธิบายให้ฟังว่าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เราลงทุนทั้งในส่วนคลังสินค้าและการขนส่งในประเทศไทย ผสานกับความสามารถในการนำเสนอโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้าของเรา เราจะสามารถเพิ่มมูลค่าของบริการได้อย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ดีเอชแอลมีความโดดเด่นกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในตลาด ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นการเติบโตแบบต่อเนื่อง โดยเราพร้อมที่จะให้การบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรแก่บริษัทข้ามชาติที่จะมาลงทุนในประเทศ

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดีเอชแอลซัพพลายเชน ประเทศไทย ได้ย้ายสำนักงานใหญ่มายังอาคาร จี ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนพระราม 9 การย้ายสำนักงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งสู่การปรับปรุงคุณภาพของบริการที่มีรางวัลรองรับของดีเอชแอล ตลอดจนยกระดับความเชี่ยวชาญเชิงลึกในบริการเพิ่มมูลค่าสำหรับการนำเสนอโซลูชั่นการจัดการด้านซัพพลายเชนแบบครบวงจร เพื่อมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นทั้งสำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ โดยในปัจจุบันดีเอชแอลมีชื่อเสียงในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์อันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เพียบพร้อมด้วยคลังสินค้ากว่า 70 แห่งที่มีพื้นที่กว่า 650,000 ตร.ม. พร้อมการสนับสนุนจากพนักงานผู้ทุ่มเทกว่า 10,000 คน”

นอกจากนี้ มร.เควิน กล่าวย้ำอีกว่านอกเหนือจากทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถแล้ว ดีเอชแอลยังนำระบบอัจฉริยะมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นทั้งในส่วนคลังสินค้าและการขนส่ง อาทิ ระบบการทำงานอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์ รถยกสินค้าแบบไร้คนขับ ระบบหยิบสินค้าแบบวิชั่นพิกกิ้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมการขนส่งและระบบเทเลมาติกส์”

มาตรฐานระดับโลก คุ้มค่าต่อการลงทุน คุณภาพระดับสูง

มร.เควิน กล่าวเสริมว่า ดีเอชแอลให้การบริการที่ครอบคลุมตลอดกระบวนการซัพพลายเชนที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งมีทั้งการบริหารจัดการคลังสินค้า และการขนส่งเพื่อธุรกิจหลากหลายประเภท ความเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นการจัดการด้านซัพพลายเชนแบบครบวงจร และบริการด้านการบริหารงานเต็มรูปแบบ โดย ดีเอชแอลซัพพลายเชน นำเสนอโซลูชั่นที่มีมาตรฐานระดับโลก คุ้มค่าต่อการลงทุน เปี่ยมด้วยคุณภาพระดับสูง และใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ที่เหมาะสมกับทุกภาคธุรกิจ

“ไม่ว่าจะเป็น ภาคอุตสาหการ พลังงานและเคมี รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพเรามุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าด้วยการส่งมอบบริการและนวัตกรรมเพื่อการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมครอบคลุมตลอดกระบวนการซัพพลายเชน เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับพรีเมียร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความเจริญเติบโตทางธุรกิจในตลาดที่เราเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ อาทิ ไทยและเวียดนาม และเน้นการลงทุนในตลาดที่เป็นเป้าหมายต่อไป คือ เมียนมาและกัมพูชา”

อย่างไรก็ดี มร.เควิน สรุปในตอนท้ายว่าดีเอชแอลเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ เทคโนโลยี และอุตสาหการ บริษัทยังมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อการวิจัยแนวโน้มทางธุรกิจการพัฒนาโซลูชั่น  และเพื่อสร้างความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ บริษัทยังได้เชื่อมโยงลูกค้า สถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษา หุ้นส่วนธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ให้มาร่วมสร้างสรรค์บริการที่จะช่วยยกระดับกระบวนการซัพพลายเชนแบบครบวงจร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านโลจิสติกส์ทั่วภูมิภาค