สแกนเนีย เติมเต็มเขี้ยวเล็บตลาดในไทย ทุ่ม 800 ล้านสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่

เป็นข่าวฮือฮากระแทกวงการถใหญ่เมืองไทยไปเมื่อต้นเดือนแห่งความรัก( 3 ก.พ.)สำหรับค่ายรถใหญ่จากประเทศสวีเดนอย่าง สแกนเนีย ที่ผู้บริหารระดับสูงออกโรงเผยจะทุ่มทุน 800 ล้านบาทสร้างโรงงานประกอบในไทย ซึ่งได้ถูกจุดพลุไปพร้อมกับโอกาสสำคัญครบรอบการก่อตั้ง สแกนเนีย 125 ปี และเป็นปีที่ 30

0
559

 

เป็นข่าวฮือฮากระแทกวงการถใหญ่เมืองไทยไปเมื่อต้นเดือนแห่งความรัก( 3 ก.พ.)สำหรับค่ายรถใหญ่จากประเทศสวีเดนอย่าง สแกนเนีย ที่ผู้บริหารระดับสูงออกโรงเผยจะทุ่มทุน 800 ล้านบาทสร้างโรงงานประกอบในไทย ซึ่งได้ถูกจุดพลุไปพร้อมกับโอกาสสำคัญครบรอบการก่อตั้ง สแกนเนีย 125 ปี และเป็นปีที่ 30 ของการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ถึงกระนั้นก็ยังทิ้งคำถามไว้ในหลายประเด็นเกี่ยวกับการสร้างโรงงานครั้งนี้

ล่าสุด ความชัดเจนก็ถูกเปิดเผยอีกครั้งเมื่อบริษัท สแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของสแกนเนีย ซีวี ที่ถูกจดทะเบียนขึ้นเมื่อต้นปี 60 เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ โดยสแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้ผูกปินโตธุรกิจกับ TPARK และพรอสเพค ในการสร้างโรงงานเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งใหม่ของบริษัทฯ แบบ Built to Suit หรือสร้างตามความเหมาะสมในการใช้งานด้านการผลิต และตามมาตรฐานของสแกนเนีย โดยได้เซ็นสัญญาเช่าโรงงานเป็นระยะเวลา 10 ปีบนพื้นที่ 23 ไร่ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จต้นปี 61

มร.เท็ด โกรานสัน

มร.เท็ด โกรานสัน  รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สแกนเนีย เล็งเห็นประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในแถบประเทศเอเซีย จึงได้ตัดสินใจที่จะขยายการเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมในประเทศนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ TPARKและพรอสเพค ซึ่งได้จัดสร้างโรงงานแบบ Built to Suit 2 หลังในแถบบางพลี

“สแกนเนีย มีมาตรฐานสูงในด้านข้อกำหนดของการสร้างโรงงาน อาทิ คุณภาพของพื้น การเลือกใช้วัสดุที่ปลอดสารซิลิโคนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แต่เราก็มั่นใจในศักยภาพของ TPARK จะสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งทำเลในแถบบางพลีก็เป็นทำเลที่ตอบโจทย์ของสแกนเนียเป็นอย่างมาก เพราะอยู่ใกล้กับแหล่งการดำเนินธุรกิจของสแกนเนียในประเทศไทย โดยเราทุ่มทุนครั้งนี้ 800 ล้านบาท และเมื่อโรงงานแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงต้นปี 61 จากนั้นก็จะย้ายโรงงานประกอบที่บางปะกงมาไว้ที่นี้พร้อมติดตั้งอุปกรณ์การผลิตและเครื่องมืออื่นๆเพิ่มเติม และคาดประมาณกลางปีเราก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ บริษัทฯ จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าโรงงานแห่งนี้จะเป็นการเติมเต็มศักยภาพในการทำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าสแกนเนียอีกด้วย”

วีรพันธ์ พูลเกษ

ด้านคุณวีรพันธ์ พูลเกษ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มไทคอนโดยบริษัท ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค จำกัด หรือ TPARK จับมือกับบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ พรอสเพคในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในทำเลยุทธศาสตร์บางพลี โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ

“ความร่วมมือดังกล่าวนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โดยเกิดจากสองบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจเดียวกันได้ดึงจุดเด่นของแต่ละบริษัทมาผสมผสานให้มีความลงตัวและพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์พาร์คให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดย TPARK เองมีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ และทีมงานมืออาชีพในการพัฒนาอาคารเพื่อการอุตสาหกรรมแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้าหรือ Built to Suit ที่มีมาตรฐานในระดับสากล ขณะที่ พรอสเพค มีที่ดินพร้อมพัฒนาจำนวนมากในทำเลบางพลี ซึ่งถือเป็นโซนยุทธศาสตร์ในการกระจายสินค้าของประเทศที่หลายอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ สินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ธุรกิจขายปลีกและขายส่ง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจยาและเครื่องสำอางค์ เป็นต้น”

วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์

ขณะที่คุณวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวเสริมว่าพรอสเพค เล็งเห็นความมีศักยภาพของทำเลบางพลี ซึ่งเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับการประกอบการอุตสาหกรรมและศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคกลาง เนื่องจากทำเลที่ตั้งของโครงการตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.23ซึ่งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือ พื้นที่สีม่วงที่ใกล้กรุงเทพฯ และมีความโดดเด่นในศักยภาพด้านการขนส่ง และการกระจายสินค้าสูง เพราะอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือคลองเตย และท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้ โครงการนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากหลายหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการในโครงการ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการจัดการด้านแรงงาน อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม รวมถึงใกล้กลุ่มแหล่งแรงงานฝีมือ ที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พร้อมใช้ชีวิตทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัว

“สิ่งหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและบริษัทชั้นนำข้ามชาติพิจารณาเลือกเป็นทำเลทองในการลงทุนด้านการผลิตและการจัดการด้านโลจิสติกส์เป็นลำดับแรก เร่าเชื่อมั่นในการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันในครั้งนี้จะส่งผลให้ธุรกิจพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเราได้รับเกียรติจากบริษัท สแกนเนีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เป็นลูกค้าในโครงการนี้เป็นรายแรก ซึ่ง สแกนเนีย ได้เลือกพรอสเพคและTPARK เป็นพันธมิตรในการสร้างโรงงานเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งใหม่ของบริษัทฯ โดยได้เซ็นสัญญาเช่าโรงงานเป็นระยะเวลา 10 ปี เป็นพื้นที่โรงงานรวมประมาณ 14,000 ตารางเมตร บนพื้นที่รวมประมาณ 23 ไร่ ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะเป็นแบบ Built to Suit หรือสร้างตามความเหมาะสมในการใช้งานด้านการผลิต และตามมาตรฐานของสแกนเนีย ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี 2561”