ไร้เงาเอกชนร่วมลงทุนทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต

0
53

กทพ.เผยไม่มีเอกชนรายใดสนใจยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต คาดสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจผลพวงจากวิกฤติโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งแรงกระเพื่อมกระทบอัตราดอกเบี้ยสูงดีดค่าก่อสร้างสูงจากเดิม ลั่นอาจทบทวนมัดรวมโครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้จูงใจเอกชนอีกรอบ

ฝ่ายประสัมพันธ์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)แจ้งว่าจากการที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)ได้ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เพื่อเชิญชวนผู้สนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal : RFP) และเข้าร่วมคัดเลือกเป็น ผู้ร่วมลงทุนโครงการฯตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งเมื่อครบกำหนดการซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ปรากฏว่ามีภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัทเอกชนไทยและบริษัทเอกชนต่างชาติ ให้ความสนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนรวมทั้งสิ้น จำนวน 13 ราย และ กทพ. ได้กำหนดให้เอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอในวันที่ 7 เมษายน 2566 นั้น

และในวันนี้( 7 เมษายน 2566 ) ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการยื่นข้อเสนอปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดมายื่นข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมลงทุนโครงการ ทั้งนี้ คาดว่ามีสาเหตุเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆ อาทิ โรคระบาดจากเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ส่งผลกระทบระยะยาว สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างจากเดิมเมื่อปี 2564 ได้ประมาณการไว้ในปีที่เริ่มก่อสร้างจำนวน 8,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 จึงทำให้ไม่จูงใจเอกชนในการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนโครงการเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับการที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อเป็นเจ้าภาพงาน Specialize Expo 2028 ซึ่งเป็นงานมหกรรมใหญ่ระดับโลกที่จะจัดขึ้นในปี 2571 กทพ. จะพิจารณาทบทวนการดำเนินโครงการโดยอาจดำเนินโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง (โครงการระยะที่ 1) ร่วมกับโครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ (โครงการระยะที่ 2) รวมเป็นโครงการเดียว เพื่อจูงใจให้เอกชนสนใจร่วมลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณามูลค่าลงทุนของโครงการ รวมทั้งระยะเวลาการให้สัมปทานเอกชนให้มีความสอดคล้องกับสภาะปัจจุบัน