บอร์ดกองสลากกินแบ่งฯไฟเขียว รวมชุดสลากขายเอง“เกาไม่ถูกที่คัน ”

0
98

นิตยสาร LOGISTICS TIME  ฉบับประจำเดือนเมษายน  2561 เดือนที่อุณหภูมิร้อนแรงสุดขีด  ต้อนรับวันมหาสงกรานต์ ปีนี้ครม.มีมติ “ประยุทธ์ ” ประกาศให้วันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้หยุดยาว  5 วัน   เริ่มต้นหยุดตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เมษายน 2561  เหตุผลสำคัญหลายคนคงทราบดีว่า  ก็ไม่ต่างกับทุกๆปีที่ผ่านมา นั่นคือ มุ่งทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว  เกิดการจับจ่ายใช้สอยส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจเงินสะบัดไหลเวียนมากขึ้น….. แต่ อินทราภรณ์. ยังอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆว่า  ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์  เราจะมีได้ มีเสีย หรือ เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย  ส่วนที่ได้แน่นอนเป็นเรื่องเศรษฐกิจเงินสะบัดร่วมหมื่นๆแสนล้านบาท  หากแต่สิ่งที่เสียหนีไม่พ้น ชีวิต และทรัพย์สิน ทุกครั้งมักจะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนน ในทุกจังหวัด

…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  อุบัติเหตุต่อการใช้รถใช้ถนน   หากดูสถิติอุบัติช่วงเทศกาลทุกๆปีจะพบว่า การใช้รถมอเตอร์ไซค์สูญเสียมากที่สุด รองลงมาทางรถยนต์ รถประจำทางสาธารณะ รถสิบล้อขึ้นไป   อย่างไรก็ดี  แม้ว่าทุกปีหน่วยงานราชการและภาคเอกชนหลายหน่วยงานต่างรณรงค์การขับขี่ยานพาหนะปลอดภัยบนท้องถนน “ เมาไม่ขับ” ก็ตามที่เถอะแต่ก็ช่วยได้บ้างเท่านั้น    เอาเป็นว่าเมื่อคิดคำนวณกับแบบหยาบๆคร่าวๆ  ส่วนที่ได้ทางเศรษฐกิจทางการเงิน “หักกลบ ลบหนี้ ” เทียบกับชีวิตที่สังเวยกับอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลมหาสงกรานต์ไม่อาจแลกกับเงินทองที่ได้มานับหมื่นล้านบาท  ใช่หรือไม่ หรือ “ได้ไม่คุ้นเสีย ”   .. ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่น่าเปิดใจให้กว้าง ตั้งสติ คิดทบทวน  วันหยุดยาวสงกรานต์ กันใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเรื่องนี้แล้วเปลี่ยน .ทีเถอะ..

เข้าท่าเรือไปดูข่าวดีๆกันบ้างเดือนเมษาฯหน้าร้อนนี้   หลังคมนาคมตีฆ้องร้องเป่าลุยเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ   เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระบบโลจิสติกส์   อย่างที่ทราบๆ กันดีขณะนี้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กำลังใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบต่อการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ทุ่มงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท    แต่กระนั้นก็มีผู้กูรูด้านโลจิสติกส์ตั้งคำถาม  เป็นห่วงเป็นใยว่า  กทท.จะเอาสินค้าที่ไหนมาผ่านเรือแหลมฉบัง  เพราะเวลานี้ท่าเรือแหลมฉบังเฟส2  พื้นที่ยังว่างเปล่าอยู่อีกมากมาย  พื้นที่ท่าเรืแหลมฉบังเฟส2  ถูกออกแบบให้สามารถรองรับตู้สินค้า 10 ล้านTEU  ปัจจุบันตู้สินค้าอยู่ที่ประมาณ 7- 8 ล้านTEU เท่านั้นเอง

……หากแต่เมื่อก่อสร้างท่าเรือแหลฉบังเฟส 3 ทำให้ขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าเพิ่มเป็น 15 ล้านTEU แล้ว จะเอาปริมาณตู้สินค้าไหนมาผ่านท่าเรือ   ล่าสุด การท่าเรือฯ เตรียมดึงลาว – จีนตอนไต้ส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง   รายละเอียดเป็นอย่างไร  ลองฟังคำตอบจากประธานบอร์ดการท่าเรือฯ    ​สุ​รงค์ บูล​กุล ประธาน​กรรมการ การ​ท่าเรือ​แห่ง​ประเทศไทย (บอร์ด กทท.) เผย​ว่า กทท.​อยู่​ระหว่าง​เชิญ​ชวน​ประเทศ​ลาว​และ​ประเทศ​จีน​ตอน​ใต้ ให้นำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบังมากขึ้น ปัจจุบันมีสินค้าของทั้ง 2 ประเทศเล็กน้อย โดยวันที่ 3 เมษายน นี้ จะเดินทางไปหารือกับรัฐบาลลาวเรื่องการบริหารท่าเรือบก ที่หมู่บ้านบ่อเด็น แขวงหลวง-น้ำทา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณขายแดนลาวและจีนตอนไต้   ….. อย่างไรก็ดี  กทท.ตั้งเป้าหมายให้ท่าเรือแหลมฉบัง เปลี่ยนจากท่าเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออกภายในประเทศเป็นท่าเรือสำหรับการส่งผ่านสินค้ามากขึ้น  เนื่องจากท่าเรือชั้นนำในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ก็มีการส่งผ่านสินค้ามากถึง 80% ส่วนอีก 20% เป็นการนำเข้าและส่งออกสินค้าภายในประเทศ

. ถึงที่สุด  ขสมก.ได้ฤกษ์เปิดตัวจริงๆ สักที ลบล้างอาถรรพ์ได้แล้วหรือนี่     ขสมก.เปิดทดลองวิ่งรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ 100 คันแรกจากทั้งหมด 489 คัน ที่จะวิ่งให้บริการนำร่อง 5 เส้นทางจากทั้งหมด 25 เส้นทาง  อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานเปิดตัวรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ ตามโครงการจัดซื้อรถเอ็นจีวี โดยมีบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO  และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN เป็นคู่สัญญา ส่วนที่เหลืออีก 389 คัน บริษัทที่ได้สัญญาจะทยอยส่งมอบให้ครบภายในเดือน มิ.ย. นี้  ..เอาเป็นว่า  การเปิดตัวทดรองวิ่งรถเอ็นจีวี ครั้งนี้ ถือได้ว่า เป็นลบล้างอาถรรพ์ ที่มีมานานกว่า 10 ปี

อย่างไรก็ตาม   อินทราภรณ์   กลับมองการณ์ไกลออกไปอีก  หากว่าหลังเปิดทดลองใช้รถเมล์เอ็นจีวีใหม่ ไปแล้ว ทีนี้ขั้นตอนดำเนินการจ่ายค่าโดยสารจะทำอย่างไร  เชื่อแน่ว่า ขสมก.จะนำตั๋วระบบใหม่มาใช้  แน่นอน    ซึ่งเป็นบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หรือ  e- Ticket   เหมือนกับที่ผ่านมา  ขสมก.เคยนำระบบตั๋วลักษณะมาทดลองใช้แล้ว  พร้อมกับประกาศทดลอง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560   ขณะนั้นทดลองใช้กับรถเมล์เดิมๆ ซึ่งสภาพรถเมล์เรียกว่า เน่าแล้ว เน่าอีก เพราะผ่านการใช้งานมานานหลายปี   แต่สุดท้ายระบบเครื่องไม่เสถียรมีปัญหาการใช้งานไม่ได้ ผลปรากฏ ขสมก.ต้องประกาศยกเลิก   ….. เหตุการณ์ครั้งนั้นเอง  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ดฟซบุ๊ก เสียดายงบประมาณ 1.6 พันล้านบาท ว่าการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์นั้น ขสมก.ต้องการใช้ในการอ่านบัตรคนมีรายได้น้อย หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามที่รัฐบาลได้มอบให้ ปรากฏว่าหลังจากทดลองใช้กล่องหยอดเหรียญและเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ประมาณ 40 วัน หลังจากติดตั้งไปแล้ว 800 คัน โดยอ้างว่าการใช้กล่องหยอดเหรียญมีปัญหาทางเทคนิค คือ บางครั้งงกล่องไม่คืนเหรียญหรือคืนเหรียญไม่ถูกต้อง   แล้วครั้งนี้ เมื่อนำเอารถเมล์เอ็นจีวีใหม่มาทดลองวิ่ง ระบบตั๋วที่ใช้เป็นระบบใหม่ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม เป็นห่วงจริงๆ ว่าอาจจะเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่ …

พูดก็พูดเถอะ หลังบอร์ดกองสลากไพเขียวจัดหวยรวมชุดขายเอง เป็นครั้งแรกพลิกประวัติศาสตร์สลากกินแบ่งฯกระจุกกระจาย     แต่ขอเวลาทำประชาพิจารณ์  3 เดือน ค่อยเอาจริง   ธนวรรธน์ พลวิชัย  คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้เหตุผลว่า  เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา และให้เป็นไปความต้องการของผู้ซื้อ ที่ปัจจุบันนิยมซื้อสลากแบบรวมชุดเป็นอย่างมาก ทั้งรูปแบบรวมชุด 2 ใบ 3 ใบ 5 ใบ และ 10 ใบ โดยให้ไปทำประชาพิจารณ์กับส่วนที่เกี่ยวข้องในกรอบเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วง มิ.ย.และดำเนินการออกสลากรวมชุดได้ภายในสิ้นปีนี้

อินทราภรณ์ กลับมองเห็นต่างจากกองสลาก   อย่างไรหรือ..  ความจริงเมื่อกองสลากฯตั้งธงเอาไว้แล้วว่า จะรวมชุดหวยขายซะเอง  เพื่อแก้ปัญหาขายเกินราคา  การทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อ ผู้ขาย และกลุ่มเอ็นจีโอ เป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น เสียเวลาเปล่า ๆ    แต่การแก้ปัญหาด้วยการรวมชุดหวยขายเอง หรือขายแข่งขันกับเหล่าบรรดาพ่อค้าหัวใสนั้น  บอกได้ว่า  “เกาไม่ถูกที่คัน ”   เพราะอย่างไรกองสลากฯจะสู้กับพวกพ่อค้าหัวใสเหล่านี้นั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ    ทางออกน่าจะทำ ขอเสนอให้ปัดฝุ่นออกหวยเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือไม่ ก็ออกสลากผ่านเครื่องออกสลากอัตโนมัติ หรือหวยตู้ น่าจะเข้าท่า เข้าทางมากกว่าเป็นไหนๆ